มาสด้า2 ใหม่ เสริม GVC Plus สมรรถนะดียิ่งขึ้น

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์มาสด้า2 ทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู โดยเฉพาะด้านสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

 

รถยนต์มาสด้า2 ได้รับออกแบบภายใต้แนวคิด KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มุ่งเน้นความเรียบง่ายแต่งดงามด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” ดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้าย ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการยกระดับความหรูหราและพรีเมียม

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบฟังก์ชั่นและตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน อย่างเช่น Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่, Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ การติดต่อสื่อสารไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะซึ่งถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5

นับว่าเป็นครั้งแรกที่มาสด้าได้นำรถยนต์มาสด้ามาทดสอบการขับขี่ในสนามช้างฯ ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง แม้ว่าในเรื่องของพละกำลังยังคงเดิม แต่ในมาสด้า2 ใหม่นี้ได้เพิ่มระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ทำให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะมีการตั้งสถานี Lane Change เพื่อหักหลบสิ่งกีดขวาง ซึ่งได้ลองใช้ความเร็วประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อหักหลบ แต่ด้วยระบบ GVC Plus ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถควบคุมการทรงตัวรถไม่ให้เสียการทรงตัว อีกทั้งยังทำให้ผู้ขับขี่สามารถแก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่ายและมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ ส่งผลช่วยให้ขับขี่รถยนต์มาสด้า2 คันนี้ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถขับขี่เข้าโค้งและออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่

อย่างไรก็ดี รถยนต์มาสด้า2 ยังมีระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ช่วยเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ด้วยการส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุรอบคัน อย่างระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert), ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า

สรุปโดยรวมแล้ว รถยนต์มาสด้า2 คันนี้ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้หลากหลายและโดดเด่นไม่ซ้ำใคร มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซลที่มีความประหยัดน้ำมัน โดยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู เคาะราคาขายเริ่มต้นที่ 546,000 – 799,000 บาท ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมา รถยนต์มาสด้า2 ยังเป็นรถที่ครองใจลูกค้ามากที่สุด สามารถก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของ B Car และ Eco Car เป็นปีที่สองติดต่อกัน สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 41,987 คัน