You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveMercedes-AMG Driving Experience 2018

Mercedes-AMG Driving Experience 2018

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับการขนทัพรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีครบทั้งตระกูล 11 รุ่น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

 

เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เข้ารับการอบรมการขับขี่รถ Mercedes-AMG ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถ Mercedes-AMG ทุกรุ่น ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศและนำเข้า ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซาลูนที่ใช้เครื่องยนต์หลากหลายแบบ อาทิ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé , Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé , Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé , Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC , Mercedes-AMG SLC 43 หรือ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC

สำหรับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ได้แบ่งการสถานีอบรมการทดสอบขับขี่เป็น 4 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 “Brake and Swerve” เป็นการทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ระบบ ESP® และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบความเร็วใน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เองโดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกระพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางของสัญญาณไฟนั้น

สถานีที่ 2 “ESP® Exercise” เป็นการทดสอบโดยอิงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการเปรียบเทียบสิ่งกีดขวางเป็นคนเดินถนน ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบทั้งการควบคุมการขับขี่ในสถานการณ์คับขันและทักษะการใช้สายตาเพื่อกะระยะทาง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. แล้วหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านขวามือโดยไม่เหยียบเบรก และต้องควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการจะไป โดยมองไปในทิศทางที่ต้องการบังคับรถ ซึ่งการควบคุมรถในลักษณะนี้ จะทำให้ระบบ ESP® ทำงาน และ ลดความเร็วของรถยนต์ลง 30 กม./ชม.

สถานีที่ 3 “Motorkhana” เป็นสถานีที่จำลองมาจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตชนิดหนึ่ง โดยสถานีนี้จะให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ฝึกบังคับรถยนต์ในสนามจำลองเล็กๆ ที่มีอุปสรรคมากมายภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใดๆ และ สถานีที่ 4 “Cornering Theory” เป็นสถานีทดสอบการเข้าโค้ง ที่จะใช้พื้นที่โค้งภายในสนามทั้งหมด 4 โค้งด้วยกัน ซึ่งแต่ละโค้งจะมีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบการควบคุมความเร็วของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ โดยในแต่จะโค้งจะมีสิ่งกีดขวางที่วางไว้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำเมื่อเข้าโค้งนั้นๆ เช่น จุดที่ต้องเบรก จุดที่ต้องหักเลี้ยว หรือจุดเอเป็กซึ่งเป็นจุดที่สามารถเดินคันเร่งส่งรถออกไปจากโค้งได้ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

สรุปโดยรวมแล้ว การที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำทัพ Mercedes-AMG เพื่อมาฝึกอบรมการขับขี่ในครั้งนี้ นอกจากได้รับรู้ถึงสมรรถนะความรงของรถยนต์แล้ว แต่ยังได้รับรู้ในเรื่องของการทำงานระบบความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมการขับขี่ได้รู้จักระบบการทำงานความปลอดภัยของรถยนต์ผ่านภาคปฎิบัติจริง โดยเฉพาะลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีและเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมื่อได้มาฝึกอบรมการขับขี่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่รถยนต์ได้อย่างปลอดภัยผ่านผู้ฝึกสอนมืออาชีพจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศเยอรมณี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Pretty

Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more