You are here: HomeMZ-Test DriveTest Driveนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

หลังจากที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของรถอเนกประสงค์บนเส้นทางภูเขาสูงในจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร

 

รถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบด้านหน้า อย่างกระจังหน้าแบบ V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะของนิสสัน พร้อมไฟหน้า LED ทรงบูมเมอแรง พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light) และไฟท้าย LED แบบ light guide ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่ให้การขับขี่ที่ตื่นเต้นทั้งการขับขี่สภาพถนนแบบออนโรดและออฟโรด โดยมีมิติ ความยาว 4,885 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,835 มม. มีระยะฐานล้อ 2,850 มม. ในขณะที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มม. มีระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียน (Rack and Pinion) โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

ภายในห้องโดยสารเบาะนั่งหุ้มหนังเพิ่มความหรูหราและสะดวกสบาย รวมถึงเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลาเดินทางของคุณและครอบครัว เบาะนั่งแถวที่ 2 นอกจากจะเข้าออกได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังมาพร้อมระบบพับเบาะอัตโนมัติ (1-Touch Remote Fold and Tumble Seats) ที่สามารถสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียว โดยที่นั่งตำแหน่งผู้ขับยังสามารถปรับได้ตามสรีระร่างกาย สำหรับรุ่น 2.3VL 4WD 7AT จะเป็นเบาะสีน้ำตาล

มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะแบบ 3 มิติ Multifunction Intelligent Display (MID) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระยะเวลาที่เข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ ระดับอุณหภูมิภายนอกรถ นาฬิกาดิจิตอล เสียงเตือนในกรณีที่ไม่ได้ปิดไฟหน้า และสัญญาณเตือนกันการลืมกุญแจภายในรถ ระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้ มีทั้งวิทยุ เครื่องเล่น DVD และ MP3 พร้อมช่องใส่แผ่นดิสก์ 1 ช่อง และหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ USB / HDMI และลำโพง 6 จุด ระบบปรับอากาศกระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบความเย็นสบายให้ทุกที่นั่ง โดยสามารถควบคุมพัดลมจากที่นั่งตอนหลังได้อีกด้วย

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีแรงบิดที่ 450 นิวตัน-เมตร อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4x4i) พร้อมโรเตอร์สวิตช์ พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน รวมถึงฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ที่ให้ผู้ขับสามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อหรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ four-wheel driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ได้รถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ในรุ่น 2.3VL 2WD 7AT ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ โดยเริ่มต้นการทดสอบจากเมืองเชียงรายมุ่งสู่พระตำหนักดอยตุง อัตราเร่งของเครื่องยนต์ขนาด 2.3 ลิตรให้อัตราเร่งที่ดี การเปลี่ยนเกียร์มีความต่อเนื่องและเป็นไปอย่างนิ่มนวล ในช่วงของการเดินทางได้ลองระบบเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM) โดยมีกล้องกลังติดไว้กับฝ้าท้ายซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นรถด้านหลัง แม้ว่าจะมีสัมภาระขนาดใหญ่หรือขณะมีผู้โดยสารเต็ม 7 ที่นั่งเต็มรถก็ตาม

นอกจากนี้ ในรถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ยังมีระบบเทคโนโลยีเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตา ซึ่งระบบจะทำงานเมื่อพบว่ามีรถยนต์อื่นเข้าใกล้ตัวรถในบริเวณจุดอับสายตาและทำการแจ้งเตือน โดยคนขับจะได้รับทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบที่กระจกมองข้าง รวมถึงระบบเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง แต่ระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ขณะที่ในช่วงเส้นทางขึ้นพระตำหนักดอยตุง ดอยช้างมูบดอยผาฮี้ ไปจนถึงดอยผาหมี ที่มีเส้นทางลักษณะขึ้นลงเขาสูงชันและคดเคี้ยวไปมา แต่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 5 ลิ้งค์คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง มีสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม รวมถึงอาการโยนตัวรถแทบไม่รู้สึกถึงอาการโคลง ส่งผลช่วยให้ลดอาการเมารถได้อย่างดี

สรุปโดยรวมแล้ว รถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ นับว่าเป็นรถอเนกประสงค์ถึงแม้อาจจะเปิดตัวช้า แต่การเปิดตัวในครั้งนี้ให้เทคโนโลยีช่วยในเรื่องการขับขี่แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีเบรก B-LSD ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อล้อลื่นไถล , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน , ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง MOD หรือ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC ส่งผลให้การขับขี่เดินทางสามารถไปได้ทุกที่ด้วยความมั่นใจให้อิสระในการขับขี่ทุกสภาวะเส้นทาง

Pretty

Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more