You are here: HomeMZ-Test DriveTest Driveมาสด้าเปิดประสบการณ์ Skyactiv ตามล่าแสงเหนือ ตอนที่ 1

มาสด้าเปิดประสบการณ์ Skyactiv ตามล่าแสงเหนือ ตอนที่ 1

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ในช่วงวันที่ 17 – 23 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรม Mazda Passion Drive To The New Horizon หรือ เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้ากับมาสด้า นำทัพรถมาสด้า Skyactiv ลุยฝ่าเส้นทาง 4 ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ได้แก่ เดนมาร์ก – สวีเดน – ฟินแลนด์ – นอร์เวย์ รวมระยะทางประมาณ 5,800 กิโลเมตร

 

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่ม A ได้เริ่มต้นเดินทางจาก เดนมาร์ก – สวีเดน – ฟินแลนด์ – นอร์เวย์ รวมระยะทางประมาณ 2,200 กิโลเมตร และกลุ่ม B เดินทางจาก นอร์เวย์ – ฟินแลนด์ – สวีเดน – นอร์เวย์ รวมระยะทางประมาณ 3,600 กิโลเมตร ส่วน “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ได้เดินทางไปกับกลุ่ม A

ขณะที่ กิจกรรม Mazda Passion Drive To The New Horizon เป็นการนำรถยนต์มาสด้าที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยไปขับขี่ในถิ่นสแกนดิเนเวีย แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อช่วงก่อนออกเดินทางเรือที่ขนส่งทัพรถยนต์ Skyactiv จากประเทศไทยได้ติดพายุส่งผลต้องเข้าท่าเรือพักจนกว่าพายุสงบ ทำให้ไม่สามารถไปส่งจุดหมายปลายทางที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กได้ ซึ่งเมื่อไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ทางมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จึงได้มีการติดต่อมาสด้า เดนมาร์ก เพื่อทำการยืมรถชั่วคราวมาขับขี่ในกิจกรรมครั้งนี้ สำหรับรถยนต์มาสด้าที่ได้มาเป็นรุ่น CX-5 เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 10 คัน ซึ่งสมรรถนะมีความใกล้เคียงกันกับที่จำหน่ายในประเทศไทย เพียงแต่มีออปชั่นบางอย่างที่ไม่เหมือนของประเทสไทย เช่น ซันลูฟไม่มี แต่มีระบบอุ่นร้อนที่พวงมาและเบาะนั่ง

ในช่วงเช้าของวันที่ 17 กันยายน 2561 ช่วงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า ถึงสนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ก็เริ่มต้นเดินทางกันทันทีเพื่อข้ามไปสู่เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน การเริ่มต้นขับขี่รถยนต์มาสด้า CX-5 เนื่องด้วยกฎหมายการจราจรในต่างประเทศมีความเข้มงวดกว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีป้ายบอกไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องเคารพกฎหมายการจราจรอย่างเคร่งคัด เพราะแทบทุกมุมถนนเต็มไปด้วยกล้องที่พร้อมถ่ายรูปรถกระทำความผิด การเดินทางในวันแรกใช้ระยะทางประมาณ 660 กิโลเมตร โดยเส้นทางของการเดินทางเปรียบเสมือนเส้นทางด่วนเป็นถนน 8 เลน ขับขี่ง่ายเพราะเส้นทางเป็นแบบเส้นตรงจากโคเปนเฮเกนถึงสตอกโฮล์มไม่มีหลงแน่นอน

ผ่านพ้นไปวันแรกของการขับขี่จากโคเปนเฮเกนถึงสตอกโฮล์ม สิ่งที่แปลกประหลาดใจ คือ การมีน้ำใจบนท้องถนน การให้ทางซึ่งกันและกัน เมื่อเข้าเขตเมืองไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ เมื่อเห็นคนกำลังจะข้ามทางม้าลายรถจะหยุดคนข้ามทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตรงข้ามกับประเทศไทยเพราะเมื่อทำการเปิดไฟเลี้ยว รถยนต์ด้านหลังจะเหยียบคันเร่งขึ้นมาทันที หรือ คนจะเดินข้ามถนนแต่รถยนต์ไม่หยุดให้ข้าม

วันที่ 18 กันยายน สำหรับวันนี้ขับรถไม่ถึง 10 กิโลเมตรจากที่พักเพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าเรือเฟอรี่เพื่อเดินทางข้ามน้ำจากเมืองสตอกโฮล์มไปที่เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ สำหรับการเดินทางโดยเรือเฟอรี่ที่ทางทีมงานมาสด้าจองไว้ คือ เรือเฟอรี่ไวกิ้ง จากการสอบถามมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณกว่า 5,000 บาท แบ่งเป็น ห้องพัก 1 คืนต่อ 2 คน และ ค่าจอดรถยนต์บนเรือ ระยะเวลาเดินทาง 1 คืน โดยช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน ประมาณ 10 โมง เรือเฟอรี่ไวกิ้งได้เดินทางมาถึงท่าเรือเฮลซิงกิ ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองคูโอปิโอ สำหรับเส้นทางจากเมืองเฮลซิงกิไปที่เมืองคูโอปิโอ แม้ว่าเป็นเส้นทางจากในเมืองออกนอกเมืองด้วยระยะทางประมาณ 390 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก เนื่องจากถ้าเป็นช่วงห่างไกลตัวเมืองสามารถขับขี่ได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วเมือง แต่ถ้าช่วงเข้าใกล้เขตเมืองความเร็วจะลดลงเหลือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะมีกล้องถ่ายตรวจจับความเร็วทุกๆ 3 กิโลเมตร

สำหรับการเดินทางยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะยังเหลือระยะทางอีกประมาณกว่า 1,300 กิโลเมตร ที่ยังต้องผ่านเส้นอาร์กติก เซอร์เคิล ที่เป็นเส้นใช้กำหนดจุดเหนือสุดและใต้สุดที่เมืองโรวาเนียมิ รวมถึงยังเป็นต้นกำเนิดของซานตาคลอส หลังจากนั้นก็จะขับรถฝูงมาสด้า Skyactiv มุ่งหน้าไปที่เมืองฮอนนิงสวาก ประเทศนอร์เวย์ เพื่อไปดูแสงเหนือในตอนกลางคืนที่จุด North Cape สามารถติดตามชมได้ในตอนต่อไป

Pretty

Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more