You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveAll-New Mazda CX-5 มิติใหม่ของการขับขี่เพลิดเพลิน

All-New Mazda CX-5 มิติใหม่ของการขับขี่เพลิดเพลิน

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

สำหรับในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มาสด้าประสบความสำเร็จกับเทคโนโลยีใหม่ SKYACTIV จนได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วโลกว่าเป็นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์ทรงพลัง มีการตอบสนองการขับขี่อย่างยอดเยี่ยม มีสมรรถนะด้านความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลทำให้ยอดขายรถยนต์มาสด้าทั่วโลกมียอดขายเติบโตขึ้น

 

ขณะที่ มาสด้ายังคงไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยี SKYACTIV ควบคู่กันกับรถยนต์โมเดลใหม่ของมาสด้า โดยมีเป้าหมาย คือ การเพิ่มมิติใหม่ของความเพลิดเพลินในการขับขี่และความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โดยเฉพาะรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้ ซึ่งรถยนต์มาสด้า CX-5 นับเป็นโมเดลที่สำคัญของมาสด้าสามารถสร้างยอดขายสูงถึงประมาณ 25% ของยอดขายรวมทุกรุ่นของมาสด้าทั่วโลก โดยมาสด้า CX-5 มียอดขายไปแล้วกว่า 1.4 ล้านคัน ในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

ขณะเดียวกัน บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำพาคณะสื่อมวลชนและรวมไปถึง “MZ-THAILAND” ไปดูรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ เจนเนอเรชั่น 2 ที่ได้เปิดตัวในเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยรูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ ดูบึกบึนแต่ยังให้ความหรูรา การวางตำแหน่งของโคมไฟหน้าให้ต่ำลงกว่าเดิม และออกแบบกระจังหน้าที่ช่วยเน้นให้เห็นถึงความกว้างผ่านเส้นสายที่แผ่ออกไปสู่โคมไฟหน้าอย่างมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังได้ปรับระยะห่างของล้อคู่หน้าและระยะห่างของล้อคู่หลังให้กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร ทำให้สัดส่วนรูปทรงของตัวรถเสมือนกำลังยึดเกาะอยู่กับถนนไว้อย่างมั่นคง ด้านสีภายนอกของตัวรถยังได้ใช้สีใหม่ Soul Red Crystal ซึ่งเป็นสีสันสดใสที่รวมจุดเด่นและความลึกที่บริสุทธิ์ไว้

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้เน้นไปที่ บรรยากาศ (ambience) , รูปแบบ (form) และ ผิวสัมผัส (texture) เพื่อสร้างรูปแบบพื้นฐานที่ให้ความรู้สึกอันน่าพึงพอใจและให้ความสะดวกสบายแก่ทุกคนที่โดยสารในรถ               มาตรวัดทั้งหมดตรงด้านหน้าของคนขับจะอยู่ตรงศูนย์กลางของพวงมาลัย รวมทั้งยังใช้จอแสดงข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display ที่สามารถแสดงข้อมูลจากระบบนำทางผ่านดาวเทียมบนกระจกหน้ารถ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่ด้านขวามือของชุดมาตรวัดเลือกใช้หน้าจอสีที่มีความละเอียดสูงแบบ TFT LCD ขนาด 4.6 นิ้ว ส่วนหน้าจอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ตำแหน่งบนสุดของแผงคอนโซลหน้าเพื่อลดการละสายตาของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มาสด้าใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อจอ LCD กับแผงสัมผัสแบบ Optical Bonding ซึ่งจะช่วยลดแสงสะท้อนทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ของรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ ยังคงเป็นแบบเดิมมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ลิตร และ เครื่องยนต์เบนซินแบบฉีดตรง SKYACTIV-G 2.0 ลิตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE 6 สปีด พร้อมความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ล้อหน้าลื่นไถล โดยระบบนี้ได้ใช้น้ำมันสังเคราะห์เพื่อลดการสูญเสียพลังงานตลอดช่วงอุณหภูมิในการทำงานด้วยการรักษาความหนืดให้ต่ำแม้ในอุณหภูมิที่เย็นจัด อีกทั้งยังลดความต้านทานโดยใช้บอลแบริ่งสำหรับชุดส่งกำลังในขณะออกตัวและชุดเฟืองท้ายด้านหลังทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ในรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่นี้ ยังได้ติดตั้งระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-VECTORING CONTROL หรือ GVC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ระบบแรกในอนุกรม SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ของมาสด้า โดยระบบจะทำงานด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการทำงานของพวงมาลัย ซึ่งเป็นการควบคุมแบบผสมผสานระหว่างแรงเร่งจากด้านข้างและด้านตามยาวของตัวรถ  และปรับโหลดในแนวดิ่งที่กระทำลงบนล้อแต่ละล้อให้เหมาะสม GVC มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ SUV ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มที่จะเกิดแรงกระทำจากด้านข้างรถอันเนื่องมาจากจุดศูนย์ถ่วงที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่ง ช่วยให้ทั้งการตอบสนองและความมั่นคงของตัวรถดีขึ้น ในขณะที่ยังช่วยลดการโยกตัวออกไปด้านข้างของตัวผู้โดยสารและช่วยให้นั่งสบาย

นอกจากนี้ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้าชนิดติดตั้งที่แกนพวงมาลัยได้ใช้แบบที่แข็งแรงมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติและความแข็งแรงของระบบบังคับเลี้ยว ส่วนระบบช่วงล่างของด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ มีเส้นผ่านศูนย์กลางของลูกสูบในช็อคอัพซอฟเบอร์คู่หน้ามีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้บูชลูกยางที่มีของเหลวภายใน สำหรับช่วงล่างด้านหน้า เพื่อลดความรู้สึกว่าหน้าลอยตัวที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกได้ และลดการสั่นสะเทือนอันไม่พึงประสงค์ที่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกได้เมื่อรถเกิดอาการโคลง ส่วนระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อนที่ด้านหน้าและดิสก์เบรกไม่มีช่องระบายความร้อนในด้านหลัง รวมถึงยังมีนะบบฟังก์ชั่น Auto-Hold ซึ่งจะช่วยให้ทำรถหยุดนิ่งอยู่กับที่แม้กระทั่งหลังจากที่ผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นเบรก

TEST DRIVE

นอกจากการมาดูรถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ที่ประเทศมาเลเซียแล้ว ทางบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์มาสด้า CX-5 บนพื้นที่ปิดแบบเรียกน้ำย่อย แต่รถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ที่นำมาทดสอบเป็นสเป็ครถที่วางจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ซึ่งโดยรวมอาจจะมีความเหมือนกันแต่อาจจะแตกต่างกันที่เรื่องแรงบิดหรือแรงม้าของเครื่อง รวมถึงออปชั่นของรถยนต์ก็มีความแตกต่างเช่นกัน

สำหรับการทดสอบรถยนต์มาสด้า CX-5 ในครั้งนี้ ทาง มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ได้จัดสถานีการทดสอบแบ่งออกเป็น 2 สถานี โดยสถานีแรกเป็นการขับด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบ Slalom และลองเร่งความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและลองเบรก ส่วนสถานีที่ 2 ขับด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบ Slalom และลองเร่งความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและลองเบรกเช่นเดียวกัน ซึ่งการจัดสถานีการทดสอบแบบนี้เพื่อเป็นการจำลองการขับขี่ในหมู่บ้านหรือถนนที่คับแคบ

ในรอบแรกจะเป็นการทดสอบเครื่องยนต์เบนซินก่อน และในรอบที่ 2 จะเป็นการทดสอบเครื่องยนต์ดีเซล แม้ว่าขนาดของตัวรถจะมีความกว้างและยาวขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว แต่ด้วยความแม่นยำของพวงมาลัย และได้ทำงานร่วมกันกับระบบ G-VECTORING CONTROL ช่วยให้การขับขี่คล่องตัว สิ่งที่รู้สึกได้ชัด คือ การโคลงของตัวรถมีไม่มาก และเมื่อลองกดคันเร่งเพื่อออกตัวยังพบว่าให้ความรู้สึกตัวรถไม่มีอาการกระชากออกตัว

นับว่าการมาทดสอบรถยนต์มาสด้า CX-5 ในครั้งนี้ ถือเป็นการทดสอบแบบ First Impression เพื่อให้รับรู้สมรรถนะในการขับขี่เบื้องต้นดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว โดยเฉพาะการทรงตัวของตัวรถลดอาการโคลงน้อยลง นอกจากนี้ยังมี Active Driving Display ด้วยการแสดงข้อมูลต่างๆ ไว้บนกระจกหน้ารถช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นช่วยให้ไม่รำคาญตาตอนขับขี่เพราะสามารถปรับเลื่อนขึ้นลงได้ตามความชอบ

ขณะที่เบาะนั่งคนขับมีความกว้างและยังมีโครงสร้างที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับเอวของผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสมตอนขับขี่ ส่วนเบานั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ ช่วยให้นั่งสบายและเกิดประโยชน์ใช้สอยที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องแอร์ที่บริเวณคอนโซลกลางเพื่อเพิ่มความเย็นสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

อย่างไรก็ดี รถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่ ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่ได้ทำการปรับปรุงในทุกๆ ด้านของเทคโนโลยี โดยรถคันนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อทำให้รถและผู้ขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถสื่อสารและตอบสนองระหว่างกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับความสะดวกสบายของคนในครอบครัวหรือผู้ร่วมเดินทาง เชื่อว่ารถยนต์มาสด้า CX-5 ใหม่นี้ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์ไว้ใช้งานหรือเดินทางไปพร้อมกันกับครอบครัวก็ได้ 

Pretty