You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveMG5 ให้ความสะดวกสบายทุกการเดินทาง

MG5 ให้ความสะดวกสบายทุกการเดินทาง

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ MG สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 2,653 คัน เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยรถยนต์ MG ที่ยังสามารถสร้างยอดขายได้ดี คือ รถยนต์ MG5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มรถยนต์บีเซ็กเม้นท์ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

 

รถยนต์ MG5 เปิดตัวมาวางขายในเครื่องยนต์ 2 รุ่น ในช่วงที่ผ่านมา MZ-THAILAND ได้ทดลองขับในรุ่น MG5 Turbo ให้พละกำลังถึง 125 แรงม้า แต่มาครั้งนี้ได้นำรถ MG5 มาทดลองขับอีกครั้ง แต่เป็น MG5 ในรุ่นที่ไม่มี Turbo

รูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์ MG5 ได้รับการออกแบบให้ดูมีความปราดเปรียวแบบรถสปอร์ตคูเป้ ด้านหน้ารถมีไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ และ ไฟ Daytime แบบ LED ส่วนไฟท้ายเชื่อมต่อกันเป็นชุดเดียวกัน นอกจากนี้ตัวถังของรถยนต์ MG5 ยังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยมีมิติตัวถังมีความยาว 4,612 มิลลิเมตร กว้าง 1,804 มิลลิเมตร สูง 1,488 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,543/1,544 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสาร ด้วยมิติตัวถึงที่ใหญ่ ส่งผลถึงห้องโดยสารมีพื้นที่ขนาดใหญ่ตามไปด้วย ช่วยทำให้พื้นที่ด้านหน้าและด้านหลัวกว้างขวาง นั่งสะดวกสบายโดยเฉพาะพื้นที่การวางขา แผงคอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ต พร้อมจอแสดงผลอัจฉริยะ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง

ด้านเครื่องยนต์ยังคงเดิมเป็นแบบเบนซินรหัส I5S4C DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลัง 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมโหมดสปอร์ต / โหมด Manual รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

เมื่อนำมาทดลองขับพบว่าพละกำลังการขับออกตัวของ MG5 แบบไม่มี Turbo อาจจะดูอืดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นที่มี Turbo อัตราเร่งแซงถือว่าทำได้ดีหากเทียบกับรถคู่แข่งในเซ็กเม้นท์เดียวกัน การขับขี่ในเมืองถือว่าให้ความคล่องตัว น้ำหนักของพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในช่วงความเร็วต่ำ และน้ำหนักของพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มทำความเร็ว

ขณะที่เมื่อลองขับขี่ออกนอกเมืองพบว่าเมื่อลองกดคันเร่งคลิ๊กดาวเพิ่มความเร็ว การเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์มีความรวดเร็วและให้ความนุ่มนวล ระบบช่วงล่างเป็นแบบ European Tuning Suspension ด้านหน้าแบบ Ultra-Rigid MacPherson Strut ด้านหลังแบบ H-Type Torsion Beam คานขวางแบบ U-Shape ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ LDC (Low Dragging Calipers) ช่วยให้การขับขี่มีความมั่นใจเป็นอย่างมาก โดยระบบช่วงล่างนี้สามารถซับแรงกระแทกได้ดี ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าเมื่อเทียบกับ MG5 Turbo

สรุปโดยรวมแล้ว รถยนต์ MG5 ในรุ่นไม่มี Turbo อาจจะสู้เรื่องพละกำลังไม่ได้เมื่อเทียบกับรุ่นที่มี Turbo แต่รุ่นไม่มี Turbo ให้ความประหยัดน้ำมันมากกว่า ที่เหลือมีจุดเด่นที่เหมือนกันตรงที่ ภายในห้องโดยสารถือกว้างขวาง เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับลงเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเชื่อมต่อกันกับด้านท้ายรถ สำหรับคนที่กำลังมองหารถในกลุ่มบีเซ็กเม้นท์ ลองมอง MG5 รุ่นนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกที่กำลังมองหารถเอาไว้ใช้งาน ซึ่งได้ทั้งความประหยัดน้ำมันและความกว้างขวางของห้องโดยสาร โดยราคาขาย MG5 1.5L รุ่น D ราคา 649,000 บาท และ MG5 1.5L รุ่น X Sunroof ราคา 699,000 บาท

Pretty