You are here: HomeMZ-OthersTechniqueบ๊อช แนะวิธีดูแลใบปัดน้ำฝน ช่วยยืดอายุการใช้งาน

บ๊อช แนะวิธีดูแลใบปัดน้ำฝน ช่วยยืดอายุการใช้งาน

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ใบปัดน้ำฝนถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับรถยนต์และมีความสำคัญต่อความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งมักจะถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง ผู้ขับขี่มักจะตระหนักถึงความผิดปกติของใบปัดน้ำฝนก็ต่อเมื่อใบปัดน้ำฝนไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมกับการใช้งาน เมื่อเกิดอุปสรรคต่างๆ ในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นฝนหรือสิ่งสกปรก จึงส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง 

 

นายกุลธัช บุญบงการ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายอะไหล่รถยนต์ บริษัท บ๊อช ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนัก และสาเหตุหลักประการหนึ่งคือทัศนวิสัยในการมองเห็นระหว่างการขับขี่ที่ลดลง ทำให้บ๊อชขอแนะให้ผู้ขับขี่ควรทำการดูแลรักษาใบปัดน้ำฝนเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนตามระยะเวลาที่กำหนด และเลือกใช้ใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพจากผู้ขายที่เชื่อถือได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นในขณะขับขี่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักอย่างเช่นช่วงฤดูมรสุมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ คือ 1.ซื้อใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพ จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานยาวนานขึ้น 2.ดูแลบำรุงรักษาใบปัดน้ำฝนเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น โดยใช้น้ำสะอาดและผ้าทำความสะอาดใบปัดน้ำฝน ไม่ควรใช้น้ำยาล้างรถยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ เพราะจะลดประสิทธิภาพสารเคลือบยางของใบปัดน้ำฝน และ ควรเปิดใช้งานใบปัดน้ำฝนและน้ำยาฉีดกระจกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะก่อนออกเดินทาง หรือทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อช่วยให้ยางใบปัดน้ำฝนคงสภาพการใช้งาน ไม่แห้งแตก เสมือนได้รับการใช้งานอยู่เป็นประจำแม้ว่ารถจะไม่ใช้งานเป็นประจำก็ตาม

3.เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเป็นประจำทุกปี รวมถึงคอยตรวจเช็คหลังจากการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว 6 เดือน 4.คอยตรวจเช็คกระจกหน้ารถสม่ำเสมอ เพื่อดูว่ามีรอยแตกหรือบิ่นที่เกิดจากเศษหินหรือไม่ และทำความสะอาดด้วยผ้า จากนั้นจึงใช้น้ำยาเช็ดกระจกเพื่อขจัดฝุ่นละอองและคราบน้ำมัน 5.หลีกเลี่ยงการยกใบปัดน้ำฝนออกจากกระจกหน้ารถในขณะที่รถยนต์จอดอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศที่ร้อน เพราะอาจทำเกิดความเสียหายต่อสปริงและก้านปัดน้ำฝนในระยะยาวได้

“ใบปัดน้ำฝนบางชนิดถูกผลิตจากเนื้อยางสูตรพิเศษเพื่อให้ทนต่อสภาพสภาพอากาศร้อนเช่นประเทศไทย ใบปัดน้ำฝนทุกชนิดมีอายุการใช้งานที่จำกัด และมีหลายปัจจัยที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝน ยางของใบปัดน้ำฝนควรจะคงความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แต่การที่ต้องเผชิญสภาพอากาศที่ร้อน และแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อยางเกิดการแข็งตัว และเสื่อมคุณภาพตามกาลเวลา ดังนั้นควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนก่อนที่คุณภาพจะเสื่อมลงจนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นในขณะขับขี่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิด อุบัติเหตุทางท้องถนน และโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ผู้ขับขี่มักจะทำการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน บ๊อซได้พัฒนาใบปัดน้ำฝนชนิดไร้โครงรุ่นแอโรทวิน (Aerotwin) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนเดียวที่ไม่มีที่หนีบหรือข้อต่อใดๆ และใช้สปริงอีโวเดียม 2 ตัว ที่จะยึดความยาวทั้งหมดของใบปัดน้ำฝนทำให้เกิดแรงกดที่กระจายเท่ากันอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งใบ ทำให้มีทนทานมากยิ่งขึ้น ใบปัดน้ำฝนรุ่นแอโรทวินผ่านการทดสอบความทนต่อการใช้งานอย่างน้อย 500,000 รอบ  เทียบเท่ากับการใช้งานแบบไม่หยุดนิ่งประมาณหนึ่งสัปดาห์ เนื้อยางสังเคราะห์เคลือบด้วยโพลิเมอร์ พาวเวอร์ โปรเทคชั่น พลัส ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบ๊อช ซึ่งทำให้ทนทานต่อสารในน้ำยาทำความสะอาดและความผันผวนของอุณหภูมิ นอกจากนี้ยังเพิ่มอายุการใช้งานทำให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนของประเทศไทยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัดน้ำฝนรุ่นแอโรทวิน รีโทรฟิต นั้นจะเหมาะกับรถยนต์เอเชีย และส่วนของรุ่นแอโรทวิน พลัส จะเหมาะสมกับรถยนต์ยุโรป โดยภายในบรรจุภัณฑ์จะมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ 4 ตัว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกข้อต่อให้เข้ากับก้านใบปัดน้ำฝนโดยทั่วไปได้ถึง 10 แบบ ซึ่งครอบคลุมรุ่นรถยนต์ที่มีอยู่บนท้องถนนในปัจจุบันราว 94%  นอกจากนี้ บ๊อช ยังมีใบปัดน้ำฝนแอโรทวิน OE ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมตรงตามสเปกรถรุ่นนั้นๆโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ และความคงทนสูงสุด

Pretty

Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more