You are here: HomeMZ-New CarThailandConcept Car in Motor Expo 2018

Concept Car in Motor Expo 2018

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

กว่าจะมาเป็นรถยนต์แต่ละคัน ผู้ผลิตรถยนต์ต่างต้องสร้างสันตั้งแต่การออกแบบ การกำหนดสเป็กชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ เพื่อให้เกิดรถยนต์ขึ้น โดยเฉพาะรถ Concept Car ที่ถือเป็นรถยนต์ต้นแบบเพื่อเป็นไกด์ไลน์ว่าในรถยนต์รุ่นต่อๆไปจะมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง รวมถึงทิศทางแนวโน้มของรถยนต์อนาคตจะเป็นอย่างไร มาดูกันว่ารถ Concept Car ในงาน Motor Expo 2018 นี้ ค่ายรถยนต์ใดนำมาแสดงโชว์บ้าง

ฮุนได โคน่า 

เริ่มกันที่ค่ายรถยนต์จากแดนกิมจิ ฮุนไดได้นำรถต้นแบบในชื่อรุ่นโคน่า นับเป็นยานยนต์ไร้ขีดจำกัด ผสมผสานความแข็งแกร่งของรถยนต์อเนกประสงค์และพลังของระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย โคน่า อิเล็คทริค ได้รับอิทธิพลการออกแบบในแนวคิด “ยานยนต์ที่จะพาคุณไปได้ทุกที่” เช่นเดียวกับรถยนต์ โคน่า ภายนอกโดดเด่นและแตกต่างที่กระจังหน้าแบบปิด เน้นความเรียบง่ายและมีสไตล์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟคอมโพสิท ที่ช่วยให้การมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงไฟส่งสว่างเวลากลางวันและไฟหน้า LED ด้านบน ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์โคน่า

ภายในห้องโดยสารฮุนได โคน่า อิเล็คทริค ตกแต่งด้วยออปชั่นที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกสไตล์ด้วยออฟชั่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ภายในสีดำ หรือแบบสีเทาหรือฟ้าแบบทรีโทน รวมทั้งวัสดุที่หลากหลาย เบาะทำจากผ้าสลับกับหนังหรือหนังแท้ทั้งหมด และที่โดดเด่นมากก็คือคอนโซนกลางเป็นแบบ Bridge-Type สามารถควบคุมการปรับเปลี่ยนโหมดในการขับขี่ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งผู้ขับขี่จะต้องชื่นชอบในความสะดวกสบายนี้

ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค ใช้แบตเตอร์รี่ที่ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้ระยะทางมากถึง 482 กิโลเมตร ให้พละกำลัง 204 แรงม้าต่อ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร และมีอัตราเร่งจาก 0-100 ใช้เวลาเพียง 7.6 วินาที ผู้ที่ได้ทดลองขับและลูกค้าได้พิสูจน์แล้วว่ารถรุ่นนี้ขับสนุกมากแค่ไหน

ส่วนฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ ได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นรถยนต์ที่ขายดีในประเทศไทย มีรูปลักษณ์โดดเด่นในแบบรถยนต์ซีดาน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 28กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง  ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 9.9 วินาที ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQA

ข้ามฟากมาที่เมืองเบียร์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซ็ปต์ อีคิวเอ รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่จะแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์อีคิวที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์กลุ่มคอมแพค ด้วยระบบขับเคลื่อนซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งชุดที่เพลาหน้า และอีกหนึ่งชุดที่เพลาท้าย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ให้กำลังสูงสุดกว่า 200 กิโลวัตต์ โดยสไตล์การขับขี่ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ ผ่านการปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้แบ่งกำลังไปยังล้อหน้า และล้อหลังในรูปแบบที่แตกต่างกัน

โดยคอนเซ็ปท์ อีคิวเอ คือผลจากการนำปรัชญาการออกแบบSensual Purityมาตีความใหม่ พร้อมกับขับเคลื่อนแนวคิด Modern Luxury ให้พัฒนาสู่ความเป็น Progressive Luxury โดยลบองค์ประกอบที่เป็นสันและเส้นออกไป และก้าวสู่ความบริสุทธิ์หมดจดในอีกระดับ สัดส่วนที่น่าตื่นตารวมถึงพื้นผิวที่ราบรื่นไร้รอยต่อ เมื่อผสานกับกราฟิกเร้าอารมณ์ที่เกิดจากการใช้แผงด้านหลังแบบไฮเทคสีดำ บ่งบอกถึงความเป็นที่สุดของการออกแบบที่โดดเด่น ทำให้รถยนต์คันนี้ดูมีเสน่ห์อย่างแท้จริง นอกจากนี้รถยนต์คันนี้ได้เพิ่มความสวยงามภายนอก ด้วยเทคโนโลยี ไฟส่องสว่างที่โดดเด่นด้วยเลเซอร์ไฟเบอร์ โดยที่ตัวกลางซึ่งถูกกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์ได้ถูกฝังไว้ในแกนกลางของเคเบิ้ลใยแก้ว ไฟรูปทรงขดเกลียวเล็กๆ สวยสะดุดตาช่วยเน้นย้ำแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้วยการออกแบบที่ชวนให้นึกถึงขดลวดทองแดงในมอเตอร์ไฟฟ้า และภาพการเคลื่อนไหวที่ให้มโนภาพถึงการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบได้เพิ่มกำลังขับเคลื่อนมากขึ้นกว่า 200 กิโลวัตต์ ด้วยผลของระบบแบตเตอรี่แบบเพิ่มขยายส่วนประกอบได้ ตลอดจนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาที่ให้สมรรถนะอันปราดเปรียวอย่างน่าประทับใจ โหมดการขับขี่ 2 รูปแบบ คือ “Sport” และ “Sport Plus” ปรับเปลี่ยนแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหน้า และล้อหลังในอัตราที่แตกต่างกัน จึงเลือกบุคลิกการขับขี่ในแต่ละแบบได้ แผงสีดำบริเวณตอนหน้าของรถทำหน้าที่เป็นกระจังหน้าแบบเสมือน และจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามโหมดการขับขี่ที่ใช้ โดยในโหมด “Sport” กระจังจะแสดงภาพปีกติดเปลวเพลิงในแนวนอน ส่วนในโหมด “Sport Plus” ภาพที่แสดงจะเป็นเส้นขีดแนวตั้งรูปกระจังหน้าในแบบแพนอเมริกาน่า ด้วยโหมดการทำงานแบบอัจฉริยะของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รถต้นแบบ คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูงนี้ เป็นแบบเซลล์กระเป๋า (Pouch Cell) ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทย่อยของเดมเลอร์ คือ บริษัท ดอยท์ช แอคคิวโมทิฟ ซึ่งผลจากการออกแบบในแบบโมดูลาร์ ทำให้ระบบแบตเตอรี่ชนิดนี้มีความจุรวมเฉพาะรุ่นมากกว่า 60 kWh

คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถชาร์จไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนําแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) หรือ วอลล์บ็อกซ์ และยังรองรับการชาร์จเร็ว (Rapid Charging) อีกด้วย ในส่วนของวิสัยทัศน์ด้านการใช้บริการสถานีประจุไฟฟ้าสาธารณะจะเป็นการมุ่งสู่ “การชาร์จที่ราบรื่นไร้ปัญหาติดขัด” โดยบริการที่ใช้ระบบ Mercedes me นี้ จะทำให้การชาร์จ และการจ่ายค่าบริการในสถานีประจุไฟฟ้าแห่งต่างๆ เป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย

MG E-Motion

ย้ายฟากมาที่แบรนด์อังกฤษ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี รถต้นแบบ “เอ็มจี อี-โมชัน” ยนตรกรรมที่ผสมผสานทั้งนวัตกรรมด้านการออกแบบ เทคโนโลยีที่ทันสมัยของเอสเอไอซี และการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นทิศทางการออกแบบรถยนต์เอ็มจีในอนาคต เป็นการผสมผสานทั้งนวัตกรรมด้านการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว บนโครงสร้างแพลตฟอร์มโมดูลาร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเอสเอไอซี ที่สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง 4 วินาที และมีระยะทางขับเคลื่อนไกลกว่า 500 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

 

มาสด้า VISION COUPE 

 จบท้ายด้วยรถต้นแบบจากแดนอาทิตย์อุทัย มาสด้าได้นำรถต้นแบบ MAZDA VISION COUPE จากประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เพื่อสื่อสารปรัชญาการออกแบบรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นใหม่ โดยมาสด้าได้เน้นย้ำในเรื่องของการรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว หรือ SUSTAINABLE ZOOM–ZOOM 2030 คือยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันทั่วโลกต่างให้ความสนใจในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างไรก็ตาม มาสด้ามองว่าการนำเทคโนโลยีไฟฟ้ามาใช้นั้น ต้องคำนึงถึงแหล่งกำเนิดพลังงานที่สะอาดด้วย

มาสด้าจึงมีแนวคิดในเรื่องของ Well-to-Wheel เพื่อเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันมาสด้ายังคงหาทางเลือกที่หลากหลายในการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบขับขี่ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีไฮบริด เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสาร และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ลูกค้ามีความสนุกสนานในการขับขี่ นอกจากนี้ยังพัฒนาในเรื่องของความปลอดภัยเพื่อให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

Pretty

Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more